การปลูกผักปลอดสารพิษ

การปลูกผักปลอดสารพิษ

วิธีปลูกผักปลอดสารพิษ

ผักปลอดสารพิษ คือ พืชผักที่ไม่มีสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างหรือมีตกค้างอยู่ไม่เกินมาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้ การปลูกผักปลอดสารพิษซึ่งเป็นผักเพื่อสุขภาพและมีความปลอดภัยในการบริโภค แบ่งเป็นขั้นตอนได้ดังนี้

1. การเตรียมเมล็ดพันธุ์ผัก
ควรเลือกซื้อเมล็ดพันธุ์จากผู้ผลิตที่เชื่อถือได้ เมล็ดพันธุ์ที่ดีจะมีอัตราการงอกของต้นกล้าสม่ำเสมอ ต้นกล้าแข็งแรง ต่อสู้กับโรคและแมลงได้ดี โตเร็ว และให้ผลผลิตสูง

2. การพิจารณาพื้นที่ปลูก
ควรเลือกพื้นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีการระบายน้ำและอากาศได้ดี ค่า PH ประมาณ 6-6.5 มีแหล่งน้ำที่สะอาดเพียงพอและสะดวกในการนำมาใช้ ไม่มีน้ำท่วมขัง

3. การเตรียมแปลงปลูก
ควรมีการปรับปรุงดินหากพื้นที่เดิมนั้นดินมีความเสื่อมโทรม โดยการใส่ปุ๋ยอินทรีย์เช่น ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก ปุ๋ยพืชสด ถ้าดินมีความเป็นกรดควรปรับสภาพดินด้วยปูนขาว การไถพลิกหน้าดินจะช่วยทำลายเชื้อโรคและแมลงศัตรูพืชได้อีกทางหนึ่ง

4. การเพาะกล้า
การเพาะกล้าที่นิยมทำกันโดยทั่วไปมี 2 วิธีคือ การเพาะกล้าในภาชนะ และการเพาะกล้าในแปลงเพาะ มีการให้ความชื้นสม่ำเสมอ ระยะที่เมล็ดกำลังงอกต้องมีการควบคุมป้องกันโรคและแมลง ไม่ควรเร่งปุ๋ยให้ต้นกล้าเจริญเติบโตเร็วเกินไปเพราะต้นกล้าจะอ่อนแอ เมล็ดพันธุ์ที่มีราคาแพงหรือมีขนาดเล็กจะนิยมเพาะกล้าเพื่อให้คุมผลผลิตได้ดี เช่น ผักกาดขาว แคนตาลูป กะหล่ำปลี มะเขือเทศ พริก เป็นต้น

5. การปลูกและการดูแล
ควรมีระยะการปลูกที่ไม่แน่นจนเกินไป เพื่อให้มีการระบายอากาศดี เพื่อช่วยลดการระบาดของโรคและแมลงได้

6. การให้น้ำ
บางที่นิยมใช้ระบบสริงเกอร์แบบฝนเทียม แต่พบว่าการใช้สายยางรดน้ำ แรงของน้ำจากสายยางจะช่วยชะล้างไข่ของแมลงศัตรูพืชได้ดี และผู้ปลูกก็จะได้ตรวจดูความผิดปกติต่างๆของพืชไปด้วยในตัว
– ในหน้าหนาวควรรดน้ำก่อนแดดออกเพื่อล้างน้ำค้างตอนเช้าที่มีฤทธิ์เป็นกรดอาจทำให้เกิดโรคราน้ำค้างได้ง่าย
– ในหน้าร้อนอาจรดน้ำวันละ 2 ครั้งถ้าอากาศร้อนมาก
– หน้าฝนถ้าฝนตกไม่ต้องรดน้ำ หากฝนตกมากดินจะแน่นทำให้พืชขาดอากาศหายใจได้ ควรมีการพรวนดินรอบต้นเล็กน้อยเพื่อช่วยถ่ายเทอากาศ

7. การให้ปุ๋ยและอาหารเสริม
ผักกินใบควรให้ปุ๋ยที่มีไนโตรเจนสูงเพื่อบำรุงลำต้นและใบเช่น ปุ๋ยยูเรีย ส่วนผักกินผลควรให้ปุ๋ยสูตรเสมอ เช่น 15-15-15 หรือ 16-16-16 ในช่วงแรกของการเจริญเติบโต  ผักประเภทกะหล่ำต้องการธาตุโบรอน มะเขือเทศต้องการแคลเซียม เพื่อช่วยในการต้านทานโรค เป็นต้น

8. การป้องกันและกำจัดศัตรูพืช
ควรมีการใช้วิธีผสมผสานระหว่างสารธรรมชาติและสารเคมี โดยวิธีที่นิยมใช้มีหลายวิธี เช่น

8.1 กับดักกาวเหนียว มักทาบนวัสดุสีเหลืองเนื่องจากแมลงชอบสีเหลือง วิธีนี้จะช่วยดักจับแมลงตัวเต็มวัยศัตรูผักหลายชนิด เช่น เพลี้ยไฟ แมลงวันเจาะผล แมลงวันหนอนชอนใบ

8.2 กับดักแสงไฟ โดยใช้หลอดแบ็คไลท์หรือหลอดนีออน ช่วยในการดักจับผีเสื้อกลางคืนหลายชนิด เช่น ผีเสื้อหนอนกระทู้หอม หนอนกระทู้ผัก หนอนคืบกะหล่ำ

8.3 ใช้พลาสติกสีเทาเงินคลุมแปลง ช่วยลดการระบาดของแมลงปากดูด เช่น เพลี้ยอ่อนและไร เหมาะกับพืชที่มีระยะปลูกแน่นอน

8.4 ปลูกผักในโรงเรือนมุ้งตาข่ายไนล่อน ควรใช้มุ้งสีขาวจะดีที่สุด มุ้งตาข่ายสามารถป้องกันหนอนผีเสื้อและด้วงหมัดผักได้ดี แต่แมลงขนาดเล็กอาจป้องกันได้ไม่หมด ผักที่นิยมปลูกในมุ้งได้แก่ คะน้า ผักกาดขาว กะหล่ำ บร็อคโคลี่ ถั่วลันเตา เป็นต้น

8.5 ควบุคมโดยชีววิธี คือการใช้สิ่งมีชีวิตเป็นตัวควบคุมศัตรูพืช เช่น การใช้ตัวห้ำ ตัวเบียน ไส้เดือนฝอย การใช้เชื้อต่างควบคุม เชื้อไตรโคเดอร์มาสามารถคุมโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา อาทิ โรคกล้าไหม้ โรคเน่าคอดินของพริกและมะเขือเทศ โรคเหี่ยวในมะเขือเทศ โรครากและโคนเน่าของผักและพริก

8.6 การใช้สารสกัดจากพืช เช่น สารจากสะเดา เนื่องจากมีอะซาดิแรกติน(Azadiracthin) เพื่อป้องกันกำจัดหนอนใยผัก หนอนชอนใบ หนอดกัดกินใบ หนอนกระทู้ต่างๆ เป็นต้น

8.7 การใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ควรใช้สารที่เหมาะสมกับศัตรูพืชแต่ละชนิดในอัตราส่วนที่เหมาะสม เป็นสารเคมีที่สลายตัวได้เร็ว และมีการเว้นระยะเก็บเกี่ยวตามคำแนะนำ เพื่อไม่ให้เกิดสารพิตกค้างมากเกินไป

ที่มา http://www.ผัก.net/

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: